แอดไลน์ @SSGAME350 LINE : @SSGAME350
ค่ายคาสิโน AE Sexy Gaming มีดีที่เซ็กซี่บาคาร่า ค่ายคาสิโน SA Gaming เล่นบาคาร่า SA ดีที่สุด ค่ายคาสิโน WM Casino มีเครดิตฟรีทดลองเล่น ค่ายคาสิโน PG Slot Game เล่นสล็อตออนไลน์ JOKER GAME คาสิโนเอาใจคนชอบสล็อต แทงบอลออนไลน์ SBOBET ค่าน้ำดีที่สุด
แอดไลน์ @SSGAME350
เมื่ออยากเล่นคาสิโน ให้นึกถึง SSGAME350.COM เว็บพนันออนไลน์ ที่มีเกมส์คาสิโนจากทุกค่าย รวมเอามาไว้ให้เล่นในเว็บเดียว SA GAMING , AE SEXY GAMING , PG , PRETTY GAMING , SBOBET , WM , DG , SIMPLEPLAY และ JOKER อยากเล่นคาสิโนออนไลน์ เซ็กซี่บาคาร่า สล็อต ไฮโล เสือมังกร เกมส์ยิงปลา แทงบอลออนไลน์ หรือเกมส์พนันอื่นๆ เรามีทีมงานคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

บาคาร่าออนไลน์ กับเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนเล่น

แชร์ให้เพื่อน

หากให้นึกถึงเกมไพ่บาคาร่าออนไลน์ คงจะเป็นอย่างแรกที่คิดออก เพราะทุกวันนี้มันแทบจะกลายเป็นราชาแห่งคาสิโนสดเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นคาสิโนออนไลน์หน้าใหม่หน้าเก่าก็ต้องมี ด้วยความพิเศษที่ว่ามันเป็นเกมพนันที่เล่นง่าย ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมากมายก็ทำกำไรได้อยู่แล้ว แต่ถ้าจะทำกำไรให้มากกว่านี้มันก็มีเรื่องที่ต้องรู้กันให้มากขึ้น และสิ่งที่กำลังจะพูดถึงรออยู่ในบทความนี้แล้วครับ

 

บาคาร่าไพ่โบราณกว่าที่คิด

ถ้าจะเอาจริงๆ ไพ่บาคาร่าถือว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกแล้ว นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ไพ่บาคาร่าก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักเล่นชาวอิตาลี กติกาก็ง่าย ๆ แค่นับแต้มไพ่แข่งกันใครได้ใกล้เคียง 9 แต้มก็เป็นฝ่ายชนะ การเดิมพันก็มีแค่ 2 ฝั่งคือเจ้ามือกับผู้เล่น ส่วนการนับแต้ม ไพ่ J, Q, K จะถูกแทนค่าด้วย 0 แต้ม

ในปี 1950 คาสิโนลาสเวกัส ได้นำเกมพนันรูปแบบนี้เข้ามาให้นักพนันสายไพ่ได้สัมผัสกัน โดยมีการปรับเปลี่ยนกติกาเล็กน้อย มีการเพิ่มฝั่งเสมอเข้ามาพร้อมกับจำนวนไพ่ที่ใช้เล่นมากถึง 8 สำรับ ที่สับเปลี่ยนตำแหน่งกันแล้วใส่ไว้ในบาคาร่าชูท์ พอไพ่นี้ได้รับความนิยมมากกว่าเก่า ทางคาสิโนจึงได้มีการปรับรูปแบบการเล่นใหม่โดยมีการแยกห้องแยกโต๊ะเดิมพัน ให้แต่ละโต๊ะมีความแตกต่างกันตรงที่ขั้นต่ำขั้นสูงของเดิมพัน เพื่อให้ผู้เล่นที่มีฐานะทางการเงินใกล้เคียงกันได้เล่นด้วยกัน ทำให้เกมพนันมีความสนุกยิ่งขึ้น และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของบาคาร่าออนไลน์ที่เราได้เล่นกัน

วิธีนับแต้มไพ่บาคาร่า

แม้ว่าไพ่บาคาร่าจะใช้มากถึง 8 สำรับในการเล่น แต่การนับแต้มก็ไม่ได้ยาก ยังคงใช้กติกาเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วมาเล่นอยู่ โดยกำหนดให้

  • ไพ่ A จะมีค่า 1 แต้ม
  • ไพ่ 2-9 จะมีค่าตามหมายเลขหน้าไพ่
  • ไพ่ 10, J, Q, K จะมีค่า 0 แต้ม
  • สำหรับดอกไพ่จะไม่มีผลต่อขนาดไพ่ จึงทำให้ไพ่แต้มเดียวกันแต่ต่างดอกต่างสีมีค่าเท่ากัน

สำหรับการนับแต้มไพ่จะเอาไพ่ที่ได้รับมานับแต้มรวมกัน หากได้แต้มมากกว่า 10 แต้ม จะเอาเฉพาะหลักหน่วยของผลรวมมาตัดสิน สมมติว่าได้ไพ่ 8, 4, A = 8+4+1 = 13 เท่ากับว่าไพ่ชุดนี้มีค่า 3 แต้ม หรือถ้าได้ไพ่ 8, 2, J = 8+2+0 = 10 เช่นนี้ถือว่าเป็นไพ่บอดเพราะได้ 0 แต้ม ส่วนการตัดสินฝั่งไหนที่ได้แต้มมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ

บาคาร่าเล่นยังไง

            ก่อนที่ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ เราจะต้องวางเดิมพันลงไปในฝั่งที่คิดว่าจะชนะ โดยเดิมพันที่วางจะต้องอยู่ในช่วงที่โต๊ะกำหนดไว้ ส่วนดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้ฝั่งผู้เล่นและฝั่งเจ้ามือฝั่งละ 2 ใบ หลังจากนั้นค่อยเปิดดูแต้มของแต่ละฝั่ง ในช่วงนี้ดีลเลอร์จะเป็นคนดูเองว่าฝั่งไหนมีสิทธิ์ที่จะได้จั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม ก่อนที่จะตัดสินแพ้ชนะ

ทำไมต้องจั่วไพ่ใบที่ 3

สำหรับเหตุผลในการจั่วไพ่เพิ่มไม่มีใครรู้ แต่คาดว่าเพื่อให้เกมนี้มีความสนุกมากขึ้น จึงทำให้หลายคนที่ไม่รู้จักเรื่องกฎไพ่ใบที่ 3 พากันออกมาโวยวายว่าโดนคาสิโนโกง เนื่องจากกฎนี้มีความซับซ้อนมากจึงเป็นหน้าที่ของดีลเลอร์ที่จะต้องดูแล โดยเงื่อนไขในการจั่วไพ่เพิ่มมีดังนี้

  1. กรณีที่เจ้ามือหรือผู้เล่นมีแต้มรวม 8-9 แต้ม ไม่จำเป็นต้องจั่วเพิ่ม ให้ตัดสินแพ้ชนะได้เลย
  2. หากผู้เล่นได้ 6-7 แต้ม ให้ไปดูแต้มเจ้ามือ
  • ถ้าได้ 6-7 แต้ม ตัดสินแพ้ชนะได้ทันที
  • ถ้าได้ 0-5 แต้ม เจ้ามือเรียกไพ่เพิ่ม
  1. หากผู้เล่นได้ 0-5 แต้ม ให้เรียกไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ ส่วนเจ้ามือต้องไปดูว่า
  • ถ้าได้ 0-2 แต้ม ให้จั่วเพิ่ม
  • ถ้าได้ 3 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นไม่ใช่ 8 ให้จั่วเพิ่ม
  • ถ้าได้ 4 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นอยู่ระหว่าง 2-7 ให้จั่วเพิ่ม
  • ถ้าได้ 5 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นอยู่ระหว่าง 4-7 ให้จั่วเพิ่ม
  • ถ้าได้ 6 แต้ม และไพ่ใบที่ 3 ของผู้เล่นอยู่ระหว่าง 6-7 ให้จั่วเพิ่ม
  • แต่ถ้าได้ 7 แต้ม ให้เฉยไว้
  1. หลังจากจั่วไพ่ใบที่ 3 เสร็จแล้ว ดีลเลอร์จะวัดแต้มตัดสินผล หากฝั่งที่เราแทงชนะก็จะได้เงิน ถ้าแพ้ก็เสียเงิน ถ้าเสมอจะได้เดิมพันคืนมาทั้งหมด ยกเว้นแทงเสมอแล้วผลไม่ใช่เสมอแบบนี้จะเสียเงิน

อัตราจ่ายบาคาร่า

สำหรับอัตราจ่ายแทงบาคาร่าโดยทั่วไปจะมีดังนี้

  • แทงฝั่งเจ้ามือ ถ้าชนะจ่าย 0.95 เท่า หรือ 95% ของเดิมพัน ส่วน 5% คืนค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายให้กับคาสิโน ถ้าแพ้ก็เสียเดิมพันทั้งหมด ถ้าผลออกมาเป็นเสมอจะได้รับเดิมพันคืน
  • แทงฝั่งผู้เล่น ถ้าชนะจ่าย 1 เท่า ถ้าแพ้เสียเต็ม ถ้าเสมอได้เงินคืน
  • การเล่นโต๊ะที่ไม่มีคอมมิชชั่น อัตราจ่ายของฝั่งเจ้ามือจะเป็น 1 เท่าเช่นเดียวกับการแทงฝั่งผู้เล่น
  • แทงเสมอ ถ้าผลเป็นเสมอ จ่าย 8 เท่า ถ้ามีฝั่งชนะฝั่งแพ้จะเสียเดิมพัน
  • แทงไพ่คู่เจ้ามือ ถ้าไพ่สองใบแรกของเจ้ามือเป็นแต้มเดียวกัน จ่าย 11 เท่า ถ้าออกแต้มต่างกันจะเสียเดิมพัน
  • แทงไพ่คู่ผู้เล่น ถ้าไพ่สองใบแรกของผู้เล่นเป็นแต้มเดียวกัน จ่าย 11 เท่า ถ้าออกแต้มต่างกันเสียเดิมพันทั้งหมด

ความได้เปรียบของคาสิโน

ทุกเกมพนันของคาสิโนนั้นจะมีค่า House Edge หรือความได้เปรียบของคาสิโนอยู่ ซึ่งจะสอดคล้องกับอัตราจ่าย ยิ่งจ่ายมากแค่ไหน คาสิโนยิ่งได้เปรียบมากเท่านั้น เพราะมันออกยาก ส่วนอันไหนที่ออกง่าย หรือคาสิโนได้เปรียบน้อย อัตราจ่ายก็จะน้อยตามไปด้วย สำหรับ บาคาร่า จะมีค่า House Edge ในแต่ละฝั่งดังนี้

  • ฝั่งเจ้ามือ House Edge =0579%
  • ฝั่งผู้เล่น House Edge = 2351%
  • ฝั่งเสมอ House Edge =3596%
  • ฝั่งไพ่คู่ House Edge3614%

หากย้อนกลับไปดูอัตราจ่ายจะเห็นว่าฝั่งเสมอจ่ายให้มากถึง 8 เท่าเพราะคาสิโนได้เปรียบมากถึง 14.3596% ส่วนฝั่งเจ้ามือที่คาสิโนได้เปรียบน้อยที่สุดคือ 1.0579% อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 0.95 เพราะหัก 0.05 เป็นรายได้ให้กับคาสิโน และจากค่า House Edge นี้จะเห็นได้ว่ามันกลายเป็นรากฐานที่ทำให้เกิดสูตรบาคาร่าขึ้นมากมาย รวมไปถึงวิธีการเล่นที่หลากหลายอีกด้วย